[AuFic] Back-Pedal [10069,D18] - Up. Ep.1 [23/10/53]
posted on 23 Oct 2010 15:50 by moshi-030AuFic : Katekyo Hitman Reborn!
Pairing : 10069 D18
++++++++++++++++++++++
EP.1
ครืด…ครืด
ร่างบอบบางราวอิสตรีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปตามทาง เสียงล้อของกระเป๋าขูดกับพื้นจนกลายเป็นเสียงดังครืดคราดไปตลอด เรือนผมยาวสีไพรินสะบัดพลิ้วไปตามลมก่อนมือบางยกขึ้นมาปัดผมที่จะเข้ามาโดนดวงเนตรสองสีออก ขาเรียวยาวใต้กางยีนส์สีฟ้าซีดๆก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนกระทั่ง
“มุคุโร่คุง จะไปจริงๆหรอ” หนุ่มผมสีทองอร่ามเดินเข้ามาขว้าข้อมือบางไว้ แต่ร่างบางกลับสะบัดมือทิ้งอย่างรุนแรง ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้ชายหนุ่มตรงหน้า
“คุณดีโน่ครับ..ผมไม่อยากอยู่ที่อิตาลี่นี้นานๆหรอกนะครับ..และที่ผมมาก็ที่นี่ก็เพื่อทำงานด้วย” มุคโร่ยิ้มเย็นให้ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินออกมาอย่างไม่ใยดีชายหนุ่มข้างหลัง ชายหนุ่มผมสีทองข้างหลังยกมือที่ข้างที่มีรอยสักขึ้นมาเกาหัวสองสามทีก่อนจะโพล่งออกไปว่า “งั้นหรอ .. ชั้นนึกว่าเธอจะกลับไปตาม ‘กล้วยไม้ขาว’ ซะอีก”
ได้ผล..ร่างบางชะงัก ก่อนจะหันมาเหยียดยิ้มให้ชายตรงหน้า “คึหึหึ .. ครับ ‘กล้วยไม่ขาว’ ของผมกลับไปที่ญี่ปุ่นแล้ว ผมก็ไม่รู้จะอยู่อิตาลี่ไปทำไม ” กล่าวจบร่างบางก็เดินออกมาด้วยความเร็วมากกว่าเดิม เพื่อที่จะหวังว่า จะไม่ได้ยินเสียนกเสียงกา(เสียงม้านั้นแหละ)อีก
‘ ยังไงเธอก็เป็นของชั้น ’ ดีโน่สบถออกมาเบาๆก่อนจะเดินกลับทิศทางกับที่ร่างบางเดินออกไป
.
.
.
.
.
เครื่องบินลงจอดที่สนามบินนาริตะที่ญี่ปุ่น
มีคนล้นหลามมากมายมาอยู่ที่สนามบินแห่งนี้ ชายหนุ่มรูปร่างบางราวอิสตรีเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนั้น กว่าที่ร่างบางจะแหวกทางออกมาได้ ก็ใช้เวลาพอสมควร อัญมณีสีน้ำเงินกับสีแดงกวาดมองไปรอบด้านก่อนที่จะเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง
“ไปโรงเรียนนามิโมริครับ”มุคุโร่กล่าวเสียงเรียบ โซเฟอร์พยักหน้ารับก่อนที่จะออกรถไป
รถแท็กซี่ขับไปตามทาง .. ดวงเนตรสองสีกวาดตามองไปรอบๆ .. เส้นทางที่คุ้นเคย มุคุโร่อาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อ2-3ปีที่แล้ว มุคุโร่ได้ข่าวการตายของพ่อตัวเอง เขาจึงเดินทางไปที่อิตาลี่เพื่อรับศพพ่อ และรับน้องสาวร่วมสายเลือดของตนกลับมาแต่จนแล้วจนรอด .. ก็ยังไม่พบร่องรอยน้องสาวตนเองแม้แต่น้อย พ่อแม่ของมุคุโร่แยกทางกันตั้งแต่เขายังเด็ก.. ทางพ่อเอาน้องสาวไปอยุ่อิตาลี่ด้วยกัน.. ส่วนตัวเขาเองอาศัยอยู่กับแม่ .. แต่เมื่อแม่แยกทางกับพ่อได้ไม่นาน แม่ของเขาก็แต่งงานใหม่ และมีบุตรชายที่น่ารักเพิ่มมาอีกคนนึง ..
เอี๊ยดด…
เสียงรถเบรกเป็นจังหวะเดียวกับมุคุโร่หลุดจากภวังค์ หัวของเขาทิ่มไปข้างหน้าตามแรกที่รถเบรก มืดบางยกขึ้นมากุมหัวก่อนที่จะสะบัดหน้าสองสามครั้ง และหันไปส่งสายตาเย็นชาให้โชเฟอร์
“ขับรถไม่เป็นรึไงฮะ!! ถึงได้ขับรถตัดหน้าคนอื่นเค้าอย่างนี้” ยังไม่ทันที่มุคุโร่จะได้กล่าวว่า โชเฟอร์แท็กซี่ก็เปิดหน้าต่างรถออกและตะโกนด่าอย่างสาดเสียเทเสีย
รถที่ขับตัดหน้าแท็กซี่คือรถสปอร์ตสีขาวสะอาดตา ชายหนุ่มที่ขับรถกดปุ่มเลื่อนกระจกลงมาก่อนจะยิ้มหวานละลายใจสาวทุกคนที่อยู่ในที่นั้น
“ขอโทษนะครับ”ชายหนุ่มกล่าวเสียงทุ้มต่ำชวนละลายออกมาพร้อมกับที่ลดแว่นกันแดดสีชาลง เผยให้เห็นดวงตาสีอเมทิสท์ที่ฉายแววขี้เล่นซุกซน เมื่อเห็นอย่างนั้น โซเฟอร์ก็หน้าซีด ขอโทษขอโพยสองสามทีก่อนจะรีบขับรถตนให้พ้นจากรัศมีดวงตาคู่นั้น
“เมื่อกี้ใครหรอครับ..ท่าจะเป็นคนดังหน้าดู ถึงได้มีแต่สาวๆกรี๊ดกันทั้งนั้น”มุคุโร่กล่าวเสียงเรียบ จริงๆแล้วไม่ได้สนใจคำตอบแต่แค่ทำให้โซเฟอร์ได้สติและลดความเร็วเฉียดนรกนี้ลงสักที
“หา!!! คุณไม่รู้จักหรอครับ นั้นคือ.. คุณเบียคุรัน เจ้าของฉายากล้วยไม้ขาวแห่งมิลฟีโอเล่ เขาเป็นคนที่ดังเอาการเลยหล่ะ เพราะว่า เขาเป็นเจ้าของธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ หน้าตาก็ดี แถมยังเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาวๆ และที่สำคัญนะครับ พ่อเขาเป็นคนของธุรกิจมืด ที่แม้แต่ตำรวจยังไม่กล้าแหยม” โซเฟอร์ยิ่งพูดหน้าก็ยิ่งซีด คิดว่าตัวเองไปด่ากล้วยไม้ขาวซะขนาดนั้น พ่อของเขาจะส่งคนมาเก็บตัวเองรึเปล่า!
“งั้นหรอครับ”มุคุโร่ยังกล่าวเสียงเรียบถึงเพราะจริงๆแล้วเขาก็รู้เรื่องเบีนคุรันมาบ้าง
และสาเหตุคือ ตอนที่มุคุโร่อยู่ที่อิตาลี มุคุโร่ได้ไปทำงานในบริษัทที่คาดว่าน้องสาวตนทำงานอยู่.. แล้วบริษัทที่ว่านั้นก็คือบริษัทของดีโน่ มุคุโร่ทำงานไปได้ประมาณสองอาทิตย์แต่กลับไม่พบข่าวคราวของน้องสาวตนเลยก็ตัดสินใจลาออก แต่ดีโน่กลับไม่ยอมให้เขาออก มุคุโร่จึงอ้างว่า ตัวเองรู้จักเบียคุรันซึ่งคู่แข่งตัวฉกาจของบริษัทดีโน่ และได้เข้ามาที่นี่เพื่อสืบข้อมูล และตอนนี้ก็ได้ข้อมูลที่ต้องการมาแล้ว .. ก็เลยลาออก.. เหตุผลนี้รู้ไปถึงพนักงานหลายๆคน พวกพนักงานคนอื่นๆก็เลยไม่พอใจ ดีโน่จึงจำใจไล่มุคุโร่ออก ทว่าดีโน่ก็ยังคงติดต่อกับมุคุโร่ .. แต่ความจริงแล้ว.. เรื่องที่เขารู้จักกล้วยไม้ขาว เขาไม่ได้โกหก ใครก็รู้จักเขาทั้งนั้น เพียงแต่เขาจะรู้จักเรารึเปล่า ก็เท่านั้นเอง! เพราะฉะนั้นเรื่องที่เขาโกหกก็มีเพียงเรื่องเดียวคือ ‘เรื่องที่เข้ามาสืบข้อมูล’
หลุดไปอยู่ในภวังค์ซะนาน ตอนนี้มุคุโร่อยู่ทีโรงเรียนนามิโมริ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่น้องชายต่างพ่อของตนเรียนอยู่ จะว่าไป ตอนนี้พ่อแม่ของเขาก็ไปเที่ยวต่างประเทศ ทิ้งไว้เพียวลุกชายคนเดียว พ่อแม่อะไรจะใจร้ายกับลูกอย่างนี้ ! มุคุโร่จ่ายเงินให้กับโซเฟอร์ก่อนที่จะเดินลงจากรถแท๊กซี่มา
นัยน์ตาสองสีกวาดตามองไปรอบๆก่อนเจอจุดหมาย เด็กหนุ่มผมสีรัตติกาลกำลังนั้งอ่านหนังสืออยู่ตรงม้านั้ง นกสีเหลืองทองตัวเล็กๆเกาะอยู่บ่นไหล่ มุคุโร่เดินไปข้างหลังเด็กหนุ่มอย่างเงียบๆ มือบางเอื้อมไปปิดตาคนหน้า ริมฝีปากบางของมุคุโร่ไปหยุดอยู่ตรงหูของเด็กน้อยข้างก็จะกระซิบเบาๆ
“ทายซิ ใครเอ่ย..”
เมื่อได้ยินเสียงนี้เรือนผมสีรัตติกาลตัวน้อยคลี่ยิ้มออกมาในทันที
“พี่มุคุโร่” เสียงหวานสดใสราวกับกระดิ่งเอ่ยขึ้น มุคุโร่ยิ้มบางๆก่อนจะมานั้นข้างๆน้องชายต่างสายเลือดของตน
“พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่หรอครับ..ไม่เห็นบอกผมสักคำ ไม่งั้นผมจะไปรับพี่ที่สนามบิน”เด็กน้อยทำหน้ามุ่ยก่อนจะบ่นอุบอิบในลำคอ .. แต่ก็ดังพอที่จะให้คนที่นั้งข้างๆนั้นได้ยิน
“ถ้าขืนพี่บอกเคียวยะละก็ นักเรียนดีเด่นอย่างเธอได้โดดเรียนไปรับพี่ที่สนามบินละสิ” มุคุโร่ยิ้มน้อยๆ พลางสนทนากับนน้องชายตัวเองไปเรื่อยๆ ตาประสาพี่ชายน้องชาย
.
.
.
.
.
“ชั้นจะตาม.. เธอไปญี่ปุ่น”
+++++++++++++++++++++++
ตัด ฮา~
ท้ายสุด.. เสียงใครหว่า~
ติดตามตอนต่อไป
ฟิคเรื่องนี้D18 จริงๆ นะครับ!!!
ไม่ใช่D69 555+ เปิดเรื่องซะชวนจิ้น
แต่ชื่อเรื่องก็ Back-Pedal แปลตรงๆ ตาอากู๋ก็ เปลี่ยนใจ 555+
ฝากเนื้อฝากตัว ฝากฟิคด้วยนะครับ

